ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร
ผู้เห็นใจ

21/11/2006 16:57:18
ตามที่ได้อ่านกระทู้มาแล้วร้สึกเห็นใจทุกฝ่าย เลยอยากออกความเห็นบ้างเพื่อใช้เป็นทางออกได้บ้าง ดังนี้ (1) หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร0711/ ว 12 ลว. 1 ต.ค. 33 เรื่อง การย้าย หรือโอนข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งได้รับวุฒิเพิ่มขึ้น - สาระสำคัญดังนี้ การจะรับโอนขาราชกรพลเรือนสามัญผู้ได้รับวุฒิเพิ่มขึ้นต่ไม่เคยดำรงตำแหน่งในสายงานี่เริ่มต้นจากระดับ 3 หรือระดับ 4 มาก่อนมาแต่งตั้งให้ดำรตำแหน่งในสายงานทีเริ่มต้นจากระดับ 3 ข้าราชการผู้น้นต้องเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งซึ่งอยู่ในสายงานที่จะรับโอนและบัญชีผู้สอบแข่งขันได้นันยังไม่ถูกยกเลิก...โดยการรับโอนอาจดำเนินการได้โดยไม่จำเป็นต้องรอจนถึงลำดับทีที่ผู้นั้นจะได้รับการบรรจุ

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร
ผู้เห็นใจ

21/11/2006 17:11:27
(2) หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 15 ลว. 18 มิ.ย. 47 เรื่องการย้ายหรือโอนข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งได้รับวุฒิเพิ่มขึ้น สาระสำคัญ กำหนดหลักเกณฑ์ในการรับโอนข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ไม่เคยดำรงตำแหน่งสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 3 หรือระดับ 4 มาก่อน มาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 3 เพิ่มเติม จากที่กำหนดไว้ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 0711/ ว12 ลว. 1 ต.ค. 33 ที่กำหนดให้รับโอนมาแต่งตั้งได้เพียงในตำแหน่งสายงานที่ผู้นั้นสอบได้เท่านั้น โดยหนังสือฉบับนี้ ก.พ. มีมติอนุมัติให้ส่วนราชการใช้บัญชีสอบแข่งขันได้ในตำแหน่งหนึ่งเพื่อย้ายหรือโอนข้าราชการพลเรือนสามัญที่สอบแข่งขันได้ดังกล่าวไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 3 ตำแหน่งอื่น โดยวิธีคัดเลือกได้ ...

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร
ผู้เห็นใจ

21/11/2006 17:14:21
ฉะนั้น แนวทางที่ดีที่สุด น่าจะรวบรวมตำแหน่งวิศวกรชลประทาน วิศวกรโยธา วิศวกร หรือถ้าตำแหน่งไม่พอจริงๆ ก็อาจจะเป็น จนท.วิเคราะห์ฯ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม นักอุทกวิทยา เป็นต้น แล้วทำความตกลงกับผู้ที่สอบได้ทั้งหมด แล้วแต่งตั้งเลขชลประทานก่อนอาจดูผลคะแนนเป็นหลัก ถ้าอัตราไม่พอก็ไล่เลขอัตราอื่นที่เริ่มต้นจากฐาน 3 โดยใช้วิธีการคัดเลือก เพื่อที่ทุกคนจะได้ไม่เสียผลประโยชน์

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร
ขอบคุณ

22/11/2006 9:00:08
หลังจากฝนตกฟ้าก็เริ่มใสแล้ว ขอขอบคุณแทนทุกคนที่ท่านได้ให้ความเห็นแนวทางแก้ไข ต่อระดับกรมชลประทาน ซึ่งพร้อมด้วยอัตรา กำลัง ผู้ทรงคุณวุฒิที่เดินแทบชนกันตายในกรม รวมถึงที่ปรึกษาทั้งหลาย แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้เลย เหมือนผงเข้าตาตนเองต้องให้คนอื่นแก้ให้ ขอบคุณอีกครั้ง อยากให้ท่านเข้ามาสู่ระดับผู้บริหารจังเลย

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร
นายช่างชลประทาน

22/11/2006 9:30:55
ขอขอบคุณ ผู้เห็นใจที่ช่วยกรุณานำ ว.ต่างๆมาแสดงให้ดู ว่ามีข้อกำหนดให้สามารถดำเนินการได้ตามรายละเอียดที่โพส แต่ไม่ทราบว่าผู้รับผิดชอบทั้งฝ่ายอัตรากำลังและฝ่ายสรรหาไม่รู้ว่าปิดหูปิดตา หรือว่าน้ำท่วมหูน้ำท่วมตาหมด จึงไม่ดำเนินการอะไรต่อเลย ผมว่าน่าจะให้ผู้บริหารที่มีอำนาจตัดสินใจ ช่วยสั่งการให้ผู้รับผิดชอบทั้งหลายช่วยดำเนินการให้อย่างรีบด่วนด้วยเพราะระยะเวลาก็เหลืออีกไม่มาก ผลสอบก็จะหมดอายุแล้ว ถ้าไม่ทำ ผมว่าน่าจะลาออกไปซะ ให้คนอื่นที่เขาอยากจะทำมาอยู่ดีกว่า กรมชลมันน่าจะเจริญมากกว่าที่เป็นอยู่

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร
นายช่างชป.6+1

22/11/2006 10:07:44
"ได้ข่าวว่าเขาจะยกเลิก ผลสอบ แล้วเปิดสอบใหม่เพื่อให้ ผอ.คบ ,ผอ.คป. ได้เป็นวิศวกร ส่วนเด็กๆ รอไปก่อน ใครรู้ช่วยตอบที่ อ้อ มีหน่วยงานไหนรับโอน นายช่างฯที่จบวิศวกร ไปอยู่บ้าง ชักเบื่อเหมือนกัน" ไม่ทราบว่ากะทู้นี้มีความเป็นจริงมากน้อยขนาดไหน ถ้าเป็นจริงสงสัยศาลปกครองคงต้องรับการฟ้องร้องแน่นอน

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร
ไม่ใช้เรื่องที่ยาก

23/11/2006 16:52:22
เรื่องที่เกิดขึ้นนี้เมื่อเทียบกับเรื่องอื่นๆแล้ว เช่นน้ำท่วม 40 กว่จังหวัดของประเทศ กรมชลประทานยังสามารถแก้ไขได้ ถึงแม้จะมีการฟ้องร้องกันบ้าง ก็ต้องไปพิสูจน์ในชั้นศาลว่าเหตุเกิดจากอุทกภัย ดังนั้นเรื่องการบรรจุวิศวกรชลประทานนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมาก มีแต่ได้กับได้เท่านั้น เนื่องจาก 100 คนที่ขึ้นบัญชีไว้ก็แสดงเจตนาว่าจะรับใช้ประเทสชาติแล้ว หากท่านกรุณาสักนิด เค้าเหล่านั้นจะรักกรมชลประทานมากยิ่งขึ้น โดยพื้เเพส่วนใหญ่ก็แทบเป็นลูกหม้อชลประทานทั้งนั้น มีพ่อ หม่อมหลวงชูชาติคนเดียวกัน สายเลือดก็ข้นอยู่แล้ว แต่ท่านกลับพยายามทำให้เลือดนั้นจางลง

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร
สุดท้าย

08/12/2006 11:38:19
รวมตัวฟ้องศาลปกครองเถอะครับ พูดกันมานานไม่เห็นมีอะไรคืบหน้า

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร
ช่างบ้านนอก

08/12/2006 21:21:42
คนที่บรรจุรับราชการตำแหน่งวิศวกรชลประทาน 3 ถูกกรมปรับกรอบอัตรากำลังจากตำแหน่งวิศวกรชลประทาน 5 ไปเป็นนายช่างชลประทาน 5 ไม่ซวยหนักกว่าหรือ

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร
ผู้เห็นใจจริง สบค.

09/01/2007 15:56:32
ผู้เห็นใจจริง รู้สึกเห็นใจพวกคุณจริงๆ ควรทำบุญทำทาน สวดมนต์ไหว้พระสม่ำเสมอจะได้ประโยชน์กว่า ทั้งต้วท่านเองและประเทศชาติโดยรวมน๊ะค๊ะ ได้ข่าวว่าจะยุบตำแหน่งนายช่างชลประทานไปสังกัด อปท. จะดีไหมค๊ะไปได้ถึง c9 น๊ะ อนาคตอาจเปลี่ยนสายงานไปเป็นนายกได้ ใหญ่กว่านี้ ( นายกอบต.น๊ะ)

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร


09/02/2007 18:31:17
ไม่ตลก

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร
น่าสนใจ

13/02/2007 11:05:13
อย่าลืมว่า ยังมีพรบ.ควบคุมการประกอบวิชาชีพทางวิศวกรรม ด้วย เป็นกฏหมายที่ผู้เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง/งานโยธา พึงจะต้องปฏิบัติ อันมีโทษสูงถึงจำคุกเพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน กรมชลประทานจะต้องตรวจสอบคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องกับงานโยธาทุกระดับตั้งแต่ผู้ควบคุมงานโยธาขึ้นไป รวมทั้งผู้ปฎิบัติงาน/ปฎิบัติหน้าที่ในโครงการก่อสร้างต่างๆทุกระดับเช่นเจ้าหน้าที่ในงานก่อสร้าง งานวิศวกรรมเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน หัวหน้างาน หัวหน้ากลุ่มงาน ผู้อำนวยการระดับต่างๆ ผู้การโครงการ ขึ้นไปจนถึงผู้อำนวยการสำนักที่มีการก่อสร้างนั้น ต้องได้รับใบอนุญาตจากสภาวิศวกรรมตามกฎหมาย ซึ่งมิได้มีข้อยกเว้นให้แต่อย่างใดทั้งสิ้นกับผู้ปฏิบัติงานในหน่วยราชการ จะปฎิเสธในความรับผิดชอบต่อหน้าที่และสังคมมิได้ เปรียบเสมือนกับผู้ที่ขับขี่รถยนต์ตามท้องถนนจะต้องมีใบอนุญาตให้ขับขี่รถยนต์จึงจะขับขี่รถยนต์ได้ ผู้ขับขี่รถยนต์จะอ้างว่าเป็นรถยนต์ของส่วนราชการ แล้วไม่ต้องใช้ใบอนุญาตขับขี่มิได้ หรืออ้างว่าผู้ที่นั่งอยู่ในรถเป็นผู้บังคับบัญชามีความชำนาญในการขับรถอย่างยิ่งและผู้บังคับบัญชาท่านก็มีใบอนุญาติขับขี่ด้วย ลูกน้องผู้ขับรถคันนี้น่าจะมิต้องใช้ใบอนุญาตนั้น ก็ยิ่งจะไม่ถูกต้องมากขึ้นเพราะผิดทั้งด้านกฎหมาย และระเบียบของหน่วยราชการเองซึ่งผู้บังคับบัญชาตามตัวอย่างนี้ร่วมรู้เห็นให้บุคคลไม่มีใบอนุญาตมาขับรถราชการได้อย่างไร ตามที่ กพ.ยกตัวอย่างมาเปรียบเทียบให้เห็นภาพนี้ หวังว่าทุกคนที่ปฏิบัติงานในโครงการที่มีการก่อสร้างต่างๆ จะต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพ(ใบกว.) ตาม พรบ.ควบคุมการประกอบวิชาชีพวิศวกรรม ดังนั้นนายช่างโยธา วิศวกรโยธาที่ปฎิบัตงานในโครงการก่อสร้างขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ของกรมชลประทาน(รวมทั้งทุกหน่วยราชการด้วย ) ผู้บริหารสายงานก่อสร้างในกรมชลประทานจะต้องมีความผิดตามพรบ.นี้ด้วย เหมือนท่านผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างจะเอาลูกน้องที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่มาขับรถยนต์ราชการให้ท่านนั่งได้อย่างไร ที่สำคัญการผิด พรบ. ควบคุมวิชาชีพนี้มีผลกระทบในความปลอดภัย มีผลร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมาก ไม่เหมือนการผิดพรบ.จราจรที่แค่เป็นลหุโทษ

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร
ชัดชัย

13/02/2007 11:11:12
คนละเรื่อง

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร
กลมเดียวก้พอ

13/02/2007 11:13:32
กระทรวงเกษตรนะ ไม่ใช่กระทรวงยุติธรรม

 ต้องฟ้องสภาวิศวกรให้ช่วยมาตรวจสอบหน่อย


14/02/2007 12:59:22
ทำไมกรมชลประทาน ผู้ที่ทำงานด้านควบคุมงานก่อสร้างบางคนก็ไม่มีใบอนุญาติประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม....หรือบางคนมีแต่มีขอบเขตที่ได้รับอณุญาติต่ำกว่า ขนาดของงานก่อสร้างจริงๆๆๆๆ ทำไมไม่ปรับตำแหน่งหรือจัดสรรคนให้สอดคล้อง กับ ลักษณะงานที่ทำของทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงกันได้.....(ถ้าผู้มีอำนาจหน้าที่.....ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดและตั้งใจแก้ปัญหา) ไม่มองดูโลกภายนอก...

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร
วิศวกรผู้รับจ้าง

19/02/2007 11:41:21
จากใจวิศวกรผู้รับจ้างถึงท่านผู้เสียภาษีอากรทั้งทางตรงและทางอ้อม ใครๆก็รู้ว่ากรมชลมีงานก่อสร้างใหญ่/น้อยมากมาย เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ของกรมชลต่างคิดออกระเบีบบมาเพื่อเอาตัวรอด ทั้งบีบทั้งเค้นผู้รับจ้างให้ได้คุณภาพ โปรดสังเกต 1 งานที่กรมก่อสร้างเองห่วยแตกเมื่อเทียบกับงานจ้าง 2 ระเบียบให้ผู้รับจ้างมีวิศวกรตามข้อบังคับของกว.แต่ผู้ควบคุมงานของกรมน้อยใหญ่ไม่เป็นไปตามระเบียบและกฏหมาย ทำให้งานล่าช้าเพราะตกยุคไม่มีการพัฒนาความรู้เลย ซ้ำยังชอบเอาชนะวิศวกรผู้รับจ้างไปแบบข้างๆคูๆ และส่อไปในทางทุจริต ซะมากกว่ารักษาคุณภาพของงาน 3 สภาวิศวกรต้องตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย 4 ควรให้คมช.เข้ามารับรู้ด้วยเพราะเป็นนโยบายของรัฐบาล

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร
นายช่างบ้านนอ

19/02/2007 17:05:23
ผู้รับเ หมาไม่เกี่ยว

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร


20/02/2007 23:56:30
ผู้รับเหมามาไงเนี่ย....ผิดกระทู้แล้ว ควรไปตั้งกระทู้ใหม่เลยนะ แล้วจะมีนายช่างให้ความรู้ท่านมากมายเลยล่ะ

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร
ทำงาน20 ปีเหลือ ซี 3

26/02/2007 17:09:55
เน้นก่อสร้าง ไม่เน้นจัดการน้ำ ก็ควรยุบรวมหรือเปลี่ยนชื่อเป็นกรมโยธาธิการซะ สมควรแล้วที่นายหลวงด่า ไม่รู้ภาระกิจหลัก ภาระกิจรอง มั่วไปหมด ใบประกอบวิชาชีพเขากำหนดสิทธิในงานที่คุณจะทำได้อยู่แล้ว กรมฯดันไปตีกรอบบีบเขาเข้าไปอีก ทั้งตำราเรียนและงานหรือภาระกิจ ต่างเรียนรู้ร่วมกันมาตลอดเวลาอยู่แล้ว (แต่ในทางปฏิบัติมา 20 ปี งานที่ทำ 99.9999 % เหมือนกันเด๊ะ) อย่ามองข้ามประสพการณ์ สำคัญกว่าที่เรียนในตำราเสียอีก ปิดกั้นเขาทำไม ผู้มีหน้าที่ควรรีบชี้แจงทำความเข้าใจภาระกิจให้ กพร. ที่พิจารณาอนุมัติตำแหน่งให้เขาเข้าใจน่าจะเป็นทางออกที่ดี อย่าเอาแต่คิดว่ากรมนี้ต้องมีแต่วิศวกรมันจะตัน ถ้าอย่างนั้น ปลัดกระทรวงต้องเป็นวิศวกรออกแบบเป็น มีใบอนุญาต ทำงานด้านวิศวกรรมมาตั้งแต่ระดับ 3 จึงจะเป็นผู้บริหารได้ ห่วยตรงที่ส่วนใหญ่ เรียนและทำงานด้านชลประทานมาตลอดชีวิต แต่งานที่ทำไม่ใช่วิชาชีพ ไม่มีเงินช่วย ควรให้โอกาสผู้ที่มีโอกาสได้เรียนต่อภายหลังบ้าง จบมาได้ผมว่าเขามีประสพการณ์และความรับผิดชอบสูงมากนะ จะให้เขาไปรับราชการระดับ 3 อีกหรือ ที่ทุกคนอยากได้ตำแหน่งวิศวกร ไม่ได้เห็นว่าเป็นตำแหน่งที่สูงส่งหรือเก่งกาจ แต่กรมฯกำหนดว่า ใครไม่ใช่วิศวกร ห้ามโต ไปอยู่อื่น

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร


13/03/2007 8:41:40
คุณวิศวกรผู้รับจ้าง สงสัยจะหลงตัวเองหรือป่าว งานจ้างออกแบบ จ้างก่อสร้างของกรมที่ผู้รับจ้างทำ ไม่เห็นจะดีกว่างานที่กรมทำเองเลย ไม่อย่างนั้นกรมจะเสียเวลาต้องแก้ไขสัญญาอยู่เรื่อยหรือ อย่าเข้ามาจุ้นจ้านในกระทู้นี้เลย

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร


03/04/2007 17:02:35

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งนักวิชาการชลประทาน
นักวิชาการชลประทาน

10/04/2007 11:17:05
กรมอื้นมีตำแหน่งนักวิชาการเช่น นักวิชาการเกษตร นักวิชาการสาธารณสุข นักวิชาการประมง ทำไมกรมชลจะมีตำแหน่งนักวิชาการชลประทานเพือรองรับปริญาสายชลประทานหรือเทียบเท่า

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร
นักวิชาเกิน
ไม่บอก
18/04/2007 16:28:37
เห็นด้วยเลย.... นักวิชาการชลประทาน ตรงตรง เป็นงานด้านการ วางแผน ส่งเสริม บริหารจัดการ ซึ่งใช้องค์ความรู้หลากหลาย ไม่ต้องอิง ใบ กว.ของ สายโยธา (จะมี ภย. หรือ สย. ไม่ต้องสนใจ) แต่ทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำให้กับกษตรกรกับประชาชนที่เกี่ยวข้อง

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร


18/04/2007 21:01:53
ภย. สย. ที่เป็นโยธาน่ะ เดี๋ยวนี้เค้ามีวุฒิทางการบริหารในระดับ ป.โท ป.เอก กันเกือบหมดแล้ว จะเอานักวิชาการแบบไหนดีล่ะ

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร


18/04/2007 23:25:55
ที่ นร 1006/ว 10 สํ านักงาน ก.พ. ถนนพิษณุโลก กทม.10300 15 กันยายน 2548 เรื่อง การประเมินบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่งสํ าหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ (ตํ าแหน่ง ประเภททั่วไป) และตํ าแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะ ตํ าแหน่งระดับ 8 ลงมา เรียน (กระทรวง กรม จังหวัด) อ้างถึง 1. หนังสือสํ านักงาน ก.พ. ที่ นร 0708.4/ว 16 ลงวันที่ 29 กันยายน 2538 2. หนังสือสํ านักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2546 3. หนังสือสํ านักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 6 ลงวันที่ 9 เมษายน 2547 สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลที่จะเข้ารับการประเมินผลงาน 2. หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลงานเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่งในระดับ ที่สูงขึ้น 3. หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลงานเพื่อย้าย โอนหรือบรรจุกลับ 4. คุณสมบัติของบุคคลที่จะได้รับแต่งตั้ง ตามหนังสือที่อ้างถึง 1 ก.พ. ได้กํ าหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินบุคคลเพื่อแต่งตั้ง ให้ดํ ารงตํ าแหน่งสํ าหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ (ตํ าแหน่งประเภททั่วไป) ตํ าแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะ และตํ าแหน่งประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ โดยมอบให้กรมเจ้าสังกัดเป็นผู้ดํ าเนินการประเมินบุคคลสํ าหรับ ตํ าแหน่งระดับ 8 ลงมา และตามหนังสือที่อ้างถึง 2 และ 3 แจ้งมติ ก.พ. เกี่ยวกับการมอบอํ านาจ การพิจารณาคุณสมบัติของบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่งดังกล่าวระดับ 8 ลงมา ในกรณีต่าง ๆ ความแจ้งแล้ว นั้น บัดนี้ ก.พ. พิจารณาเห็นว่า เพื่อให้การประเมินบุคคลดํ าเนินการได้อย่างเป็นระบบ มีความ โปร่งใส เป็นธรรมและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน สามารถคัดสรรผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ความชํ านาญงานและมีความเหมาะสมกับตํ าแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงาน และระบบราชการโดยรวมมากยิ่งขึ้น ก.พ. จึงมีมติให้ยกเลิกหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินบุคคลเพื่อ แต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่งสํ าหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ (ตํ าแหน่งประเภททั่วไป) และตํ าแหน่ง ประเภทวิชาชีพเฉพาะ ตํ าแหน่งระดับ 8 ลงมา ตามหนังสือที่อ้างถึง 1 รวมทั้งให้ยกเลิกมติ ก.พ. ตามหนังสือที่อ้างถึง 2 และ 3 และมีมติมอบให้ อ.ก.พ.กรมและผู้มีอํ านาจสั่งบรรจุตามมาตรา 52 แห่ง พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 ดํ าเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมิน บุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่งสํ าหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ (ตํ าแหน่งประเภททั่วไป) และ ตํ าแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะ ตํ าแหน่งระดับ 8 ลงมา ดังนี้ 2 1. ให้มีการพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสมก่อนที่จะให้ส่งผลงานประเมิน และให้ ประกาศผลการพิจารณาอย่างเปิดเผย โปร่งใส รวมทั้งเปิดโอกาสให้มีการทักท้วงได้ภายในเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันประกาศผล โดยให้ดํ าเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 1 2. การส่งผลงานและการประเมินผลงานเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่งในระดับ ที่สูงขึ้น ให้ดํ าเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 2 3. การประเมินผลงานเพื่อย้าย โอน หรือบรรจุกลับ ให้ดํ าเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 3 4. ผู้ได้รับแต่งตั้งต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กํ าหนดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 4 5. เมื่อผู้ขอรับการประเมินผ่านการประเมินบุคคลแล้ว ให้ผู้มีอํ านาจสั่งบรรจุตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 แต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่งที่ขอรับการประเมินได้ ทั้งนี้ จะแต่งตั้งได้ไม่ก่อนวันที่กรมเจ้าสังกัดได้รับผลงานที่มีเอกสารหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ สามารถ นํ าไปประกอบการพิจารณาได้ทันที โดยไม่ต้องแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนที่เป็นสาระสํ าคัญของผลงาน และไม่ก่อนวันที่ผู้นั้นมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กํ าหนด รวมทั้งต้องเป็นไปตามหนังสือ สํ านักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0203/ว 255 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2524 และหนังสือสํ านักงาน ก.พ. ที่ สร 0711/ว 9 ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2523 ด้วย 6. โดยที่ ก.พ. กํ าหนดให้ อ.ก.พ.กรม มีอํ านาจหน้าที่แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกบุคคล คณะกรรมการประเมินผลงาน รวมทั้งพิจารณากํ าหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการพิจารณา คัดเลือกบุคคล การประเมินผลงาน การพิจารณาคุณสมบัติเกี่ยวกับระยะเวลาขั้นตํ่ าในการดํ ารงตํ าแหน่ง และอื่น ๆ เพิ่มเติมจากหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ. กํ าหนดได้ ดังนั้น จึงขอให้ส่วนราชการรีบดํ าเนินการ ให้ อ.ก.พ.กรมดํ าเนินการตามอํ านาจหน้าที่ดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อส่วนราชการจะได้มีหลักปฏิบัติและ สามารถดํ าเนินการประเมินบุคคลเพื่อแต่งตั้งข้าราชการให้ดํ ารงตํ าแหน่งต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล 7. หลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ. กํ าหนดตามหนังสือฉบับนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2548 เป็นต้นไป 8. การประเมินบุคคลตํ าแหน่งระดับ 8 ลงมา ที่อยู่ระหว่างการดํ าเนินการของกรมเจ้าสังกัดก่อน วันที่หลักเกณฑ์และวิธีการตามหนังสือฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ก็ให้ดํ าเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ. กํ าหนดไว้เดิมตามหนังสือที่อ้างถึง 1-3 ต่อไปจนแล้วเสร็จ อนึ่ง สํ าหรับการประเมินบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่งตั้งแต่ระดับ 9 ขึ้นไป ยังคงใช้ หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินบุคคลตามที่ ก.พ. กํ าหนดไว้เดิมในหนังสือที่อ้างถึง 1 ทั้งนี้ เฉพาะวิธีการ ประเมินบุคคลสํ าหรับตํ าแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะตั้งแต่ระดับ 9 ขึ้นไป ให้ใช้วิธีการประเมินบุคคล ทั้ง 4 ขั้นตอนเช่นเดียวกับตํ าแหน่งประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ 3 จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและถือปฏิบัติต่อไป ทั้งนี้ ได้แจ้งให้กรมและจังหวัดต่าง ๆ ทราบด้วยแล้ว ขอแสดงความนับถือ (นายสีมา สีมานันท์) เลขาธิการ ก.พ. สํ านักตรวจสอบและประเมินผลกํ าลังคน โทร. 0 2281 0977 โทรสาร 0 2282 7316 สิ่งที่ส่งมาด้วย 1 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลที่จะเข้ารับการประเมินผลงาน 1. กรณีการคัดเลือกบุคคลที่จะเข้ารับการประเมินผลงานเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้ง ให้ดํ ารงตํ าแหน่งในระดับที่สูงขึ้น 1.1 ให้คัดเลือกเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่งในระดับที่สูงกว่าระดับ ตํ าแหน่งที่ผู้นั้นดํ ารงอยู่ได้ไม่เกิน 1 ระดับ 1.2 ให้มีการคัดเลือกบุคคลอย่างเป็นระบบ มีความโปร่งใส เป็นธรรม และ ตรวจสอบได้ เพื่อให้ได้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีความเหมาะสมที่จะให้ส่งผลงาน ประเมิน และให้มีการประกาศผลการคัดเลือกอย่างเปิดเผย รวมทั้งเปิดโอกาสให้มีการทักท้วง ได้ภายในเวลาที่กํ าหนด 1.3 การคัดเลือกบุคคลที่จะเข้ารับการประเมินผลงาน แบ่งเป็น 2 กรณี คือ 1.3.1 กรณีการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่งที่ ก.พ. หรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมาย กํ าหนดเป็นตํ าแหน่งที่ปรับระดับสูงขึ้นได้จากระดับเริ่มต้นของสายงาน และมีผู้ครองตํ าแหน่งอยู่แล้ว เช่น ตํ าแหน่งพยาบาลวิชาชีพ 3-5 หรือ 6 ว หรือ 7 วช. ตํ าแหน่งบุคลากร 3-5 หรือ 6 ว หรือตํ าแหน่งนายแพทย์ 4-6 หรือ 7 วช. หรือ 8 วช. เป็นต้น ให้ผู้มีอํ านาจสั่งบรรจุตามมาตรา 52 เป็นผู้พิจารณาคัดเลือก ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ อ.ก.พ.กรมกํ าหนด โดยคํ านึงถึงความรู้ความสามารถของบุคคล ความเหมาะสม ประโยชน์ที่ ทางราชการจะได้รับ และให้ระบุเหตุผลในการพิจารณาไว้เป็นลายลักษณ์อักษรด้วย ทั้งนี้ หากส่วนราชการได้มอบอํ านาจให้จังหวัดเป็นผู้ดํ าเนินการประเมินบุคคล ก็ให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดเป็นผู้พิจารณาคัดเลือก โดยให้ระบุเหตุผลในการพิจารณาไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ทํ านองเดียวกัน 1.3.2 กรณีการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่งที่ไม่ใช่ตํ าแหน่ง ตามข้อ 1.3.1 เช่น ตํ าแหน่งนักวิชาการพัสดุ 7 ว ตํ าแหน่งนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ 8 ว หรือตํ าแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 7 ว หรือ 8 ว เป็นต้น และกรณีการแต่งตั้ง ให้ดํ ารงตํ าแหน่งว่างทุกกรณี เช่น ตํ าแหน่งพยาบาลวิชาชีพ 3-5 หรือ 6 ว หรือ 7 วช. ที่ว่างลง ให้ อ.ก.พ.กรมหรือคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลที่ อ.ก.พ.กรมแต่งตั้งเป็น ผู้พิจารณาคัดเลือก ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ อ.ก.พ.กรมกํ าหนด โดยคํ านึงถึงความรู้ ความสามารถของบุคคล ความเหมาะสม ความเป็นธรรม และประโยชน์ที่ทางราชการ จะได้รับ ทั้งนี้ ให้ อ.ก.พ.กรมหรือคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลระบุเหตุผลในการพิจารณา ไว้เป็นลายลักษณ์อักษรด้วย 2 1.4 ในการคัดเลือกบุคคลให้ อ.ก.พ.กรม มีอํ านาจหน้าที่ดังนี้ 1.4.1 กํ าหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ารับการคัดเลือก เช่น ผู้ที่จะเข้ารับการคัดเลือกต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว หรือกํ าหนดให้เข้ารับการคัดเลือก ก่อนมีคุณสมบัติครบถ้วน แต่ทั้งนี้ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ อ.ก.พ.กรม กํ าหนด และกํ าหนดองค์ประกอบอื่นที่จะต้องเสนอในเบื้องต้น เช่น ผลการปฏิบัติงานย้อนหลัง 3 ปี ผลงานที่จะส่งประเมินทั้ง 2 ส่วนเป็นต้น 1.4.2 กํ าหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาคัดเลือกบุคคลโดยต้องมี องค์ประกอบต่าง ๆ เหล่านี้ ได้แก่ คุณสมบัติของบุคคล คุณลักษณะของบุคคล ผลการปฏิบัติงาน ย้อนหลัง 3 ปี ชื่อผลงานที่จะส่งประเมินพร้อมทั้งเค้าโครงเรื่อง สัดส่วนของผลงานในส่วนที่ ตนเองปฏิบัติและรายชื่อผู้ร่วมจัดทํ าผลงาน (ถ้ามี) ข้อเสนอแนวคิดเพื่อพัฒนางาน รวมทั้ง กํ าหนดเกณฑ์การตัดสินและอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร 1.4.3 กํ าหนดให้มีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกตํ าแหน่งละ 1 คน รวมทั้งชื่อผลงานที่จะส่งประเมินพร้อมทั้งเค้าโครงเรื่อง สัดส่วนของผลงานในส่วนที่ ตนเองปฏิบัติและรายชื่อผู้ร่วมจัดทํ าผลงาน (ถ้ามี) โดยประกาศอย่างเปิดเผย เช่น ปิดประกาศ ลง Intranet หรือ ลง Web-site เป็นต้น และกํ าหนดเวลาให้มีการทักท้วงได้ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันประกาศ 1.4.4 ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการในข้อ 1.4.1–1.4.3 ให้ข้าราชการ ในสังกัดได้ทราบทั่วกัน 1.4.5 พิจารณาคุณสมบัติของบุคคลในเรื่องระยะเวลาขั้นตํ่ าในการดํ ารง ตํ าแหน่งหรือเคยดํ ารงตํ าแหน่งในสายงานที่จะแต่งตั้งหรือสายงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือเกื้อกูล กับสายงานที่จะแต่งตั้ง 1.4.6 พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่จะเข้ารับการประเมินผลงาน ตํ าแหน่งละ 1 คน สํ าหรับตํ าแหน่งตามข้อ 1.3.2 1.4.7 วินิจฉัยกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติของบุคคลในเรื่องระยะเวลา ขั้นตํ่ าในการดํ ารงตํ าแหน่งหรือเคยดํ ารงตํ าแหน่งในสายงานที่จะแต่งตั้งหรือสายงานอื่น ที่เกี่ยวข้องหรือเกื้อกูลกับสายงานที่จะแต่งตั้ง 1.4.8 รายงานผลการพิจารณาคัดเลือก ตามข้อ 1.4.6 พร้อมทั้งเหตุผลใน การพิจารณาต่อผู้มีอํ านาจสั่งบรรจุตามมาตรา 52 เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ หากมีปัญหา ให้ผู้มีอํ านาจสั่งบรรจุตามมาตรา 52 เป็นผู้พิจารณาชี้ขาด 3 1.4.9 ตรวจสอบข้อมูลกรณีมีผู้ทักท้วง โดยให้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น โดยเร็ว หากพบว่าข้อทักท้วงมีมูลให้รายงานผู้มีอํ านาจสั่งบรรจุตามมาตรา 52 เพื่อดํ าเนินการ ตามหนังสือสํ านักงาน ก.พ. ที่ นร 0707.3/ว 5 ลงวันที่ 12 เมษายน 2542 ต่อไป แต่ถ้า ตรวจสอบแล้วมีหลักฐานว่าข้อทักท้วงนั้นเป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่สุจริต ให้รายงาน ผู้มีอํ านาจสั่งบรรจุตามมาตรา 52 ดํ าเนินการสอบสวนผู้ทักท้วงเพื่อหาข้อเท็จจริง แล้วดํ าเนินการ ตามที่เห็นสมควรต่อไปด้วย ทั้งนี้ อ.ก.พ.กรม อาจแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเพื่อทํ าหน้าที่ ในข้อ 1.4.5, 1.4.6, 1.4.8 และ 1.4.9 แทนก็ได้ โดยให้แต่งตั้งตามความเหมาะสมของแต่ละ สายงาน และอาจแต่งตั้งได้หลายคณะตามความจํ าเป็น 1.5 ขั้นตอนการดํ าเนินการคัดเลือกบุคคล 1.5.1 กรณีการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่งที่ ก.พ. หรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมาย กํ าหนดเป็นตํ าแหน่งที่ปรับระดับสูงขึ้นได้จากระดับเริ่มต้นของสายงาน และมีผู้ครองตํ าแหน่งอยู่แล้ว ให้หน่วยงานการเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่ปฏิบัติงาน การเจ้าหน้าที่ดํ าเนินการดังนี้ (1) สํ ารวจข้อมูลผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ อ.ก.พ.กรม กํ าหนด (2) แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาระดับกองหรือสํ านักหรือเทียบเท่าของ ผู้นั้น ดํ าเนินการประเมินคุณลักษณะของบุคคล ตามองค์ประกอบที่ อ.ก.พ.กรมกํ าหนด พร้อมทั้งเหตุผลในการประเมินคุณลักษณะดังกล่าว (3) แจ้งให้ผู้ที่มีคุณสมบัติดังกล่าวส่งเอกสารประกอบการคัดเลือก ตามที่ อ.ก.พ.กรมกํ าหนด เช่น ผลการปฏิบัติงานย้อนหลัง 3 ปี ชื่อผลงานที่จะส่งประเมิน พร้อมทั้งเค้าโครงเรื่อง สัดส่วนของผลงานในส่วนที่ตนเองปฏิบัติและรายชื่อผู้ร่วมจัดทํ าผลงาน (ถ้ามี) และอื่น ๆ (4) รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเสนอผู้มีอํ านาจสั่งบรรจุตามมาตรา 52 หรือผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบอํ านาจ แล้วแต่กรณี เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่จะ เข้ารับการประเมินผลงาน ตามหลักเกณฑ์ที่ อ.ก.พ.กรมกํ าหนด (5) แจ้งผู้ได้รับการคัดเลือกทราบและให้ส่งผลงานตามจํ านวน และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประเมินผลงานกํ าหนด (6) ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกอย่างเปิดเผย เพื่อเปิด โอกาสให้มีการทักท้วงได้ภายในเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันประกาศ 4 หากมีกรณีต้องพิจารณาคุณสมบัติของบุคคลในเรื่องระยะเวลา ขั้นตํ่ าในการดํ ารงตํ าแหน่งหรือเคยดํ ารงตํ าแหน่งในสายงานที่จะแต่งตั้งหรือสายงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือเกื้อกูลกับสายงานที่จะแต่งตั้ง ให้เสนอ อ.ก.พ.กรมหรือคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลใน สายงานที่จะประเมินหรือสายงานที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้ดํ าเนินการตามข้อ 1.4.5 หรือหากกรณีมี ผู้ทักท้วงการคัดเลือกบุคคลนั้น ให้ อ.ก.พ.กรมหรือคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลในสายงาน ที่จะประเมินหรือสายงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ดํ าเนินการตามข้อ 1.4.9 1.5.2 กรณีการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่งที่ไม่ใช่ ตํ าแหน่งตามข้อ 1.5.1 และกรณีการแต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่งว่างทุกกรณี ให้หน่วยงาน การเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่ปฏิบัติงานการเจ้าหน้าที่ดํ าเนินการในขั้นตอนที่ (1)-(4) และ คณะกรรมการคัดเลือกบุคคลดํ าเนินการในขั้นตอนที่ (5)-(7) โดยให้ดํ าเนินการดังนี้ (1) สํ ารวจข้อมูลผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่ อ.ก.พ.กรมกํ าหนด (2) แจ้งผู้บังคับบัญชาระดับกองหรือสํ านักหรือเทียบเท่าของผู้นั้น ดํ าเนินการประเมินคุณลักษณะของบุคคล ตามองค์ประกอบที่อ.ก.พ.กรมกํ าหนด พร้อมทั้ง เหตุผลในการประเมินคุณลักษณะดังกล่าว (3) แจ้งให้ผู้ที่มีคุณสมบัติดังกล่าวส่งเอกสารประกอบการคัดเลือก ตามที่ อ.ก.พ.กรมกํ าหนด เช่น ผลการปฏิบัติงานย้อนหลัง 3 ปี ชื่อผลงานที่จะส่งประเมิน พร้อมทั้งเค้าโครงเรื่อง สัดส่วนของผลงานในส่วนที่ตนเองปฏิบัติและรายชื่อผู้ร่วมจัดทํ าผลงาน (ถ้ามี) และอื่น ๆ (4) รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเสนอให้ อ.ก.พ.กรมหรือคณะกรรมการ คัดเลือกบุคคลที่ อ.ก.พ.กรมแต่งตั้งเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่จะเข้ารับการประเมินผลงาน (5) รายงานผลการพิจารณาคัดเลือกพร้อมทั้งเหตุผลในการ พิจารณาต่อผู้มีอํ านาจสั่งบรรจุตามมาตรา 52 เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ (6) แจ้งผู้ได้รับการคัดเลือกทราบและให้ส่งผลงานตามจํ านวน และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประเมินผลงานกํ าหนด (7) ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกอย่างเปิดเผย เพื่อเปิด โอกาสให้มีการทักท้วงได้ภายในเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันประกาศ 5 หากมีกรณีต้องพิจารณาคุณสมบัติของบุคคลในเรื่องระยะเวลา ขั้นตํ่ าในการดํ ารงตํ าแหน่งหรือเคยดํ ารงตํ าแหน่งในสายงานที่จะแต่งตั้งหรือสายงานอื่นที่ เกี่ยวข้องหรือเกื้อกูลกับสายงานที่จะแต่งตั้ง ให้ อ.ก.พ.กรมหรือคณะกรรมการคัดเลือกบุคคล เป็นผู้ดํ าเนินการตามข้อ 1.4.5 หรือหากกรณีมีผู้ทักท้วงการคัดเลือกบุคคลนั้น ให้ อ.ก.พ.กรม หรือคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเป็นผู้ดํ าเนินการตามข้อ 1.4.9 2. กรณีการคัดเลือกบุคคลที่จะเข้ารับการประเมินผลงานเพื่อย้าย โอนหรือ บรรจุกลับเพื่อแต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่งในระดับที่ไม่สูงกว่าเดิม อ.ก.พ.กรมหรือคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลจะกํ าหนดให้มีการคัดเลือกบุคคล ทํ านองเดียวกับกรณีการคัดเลือกบุคคลที่จะเข้ารับการประเมินผลงานเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้ง ให้ดํ ารงตํ าแหน่งในระดับที่สูงขึ้นหรือจะกํ าหนดวิธีการอื่น ๆ ตามความเหมาะสมก็ได้ ************************** สิ่งที่ส่งมาด้วย 2 หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลงานเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่ง ในระดับที่สูงขึ้น 1. ผลงานที่ส่งประเมิน 1.1 ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจาก อ.ก.พ.กรม หรือคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลที่ อ.ก.พ.กรมแต่งตั้ง และผู้มีอํ านาจสั่งบรรจุตามมาตรา 52 เห็นชอบแล้ว หรือผู้ที่ได้รับการ คัดเลือกจากผู้มีอํ านาจสั่งบรรจุตามมาตรา 52 หรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณี ให้ส่ง ผลงานประเมินตามหัวข้อเรื่องที่ได้เสนอไว้ในขั้นตอนการคัดเลือกบุคคล 1.2 ผลงานที่ส่งประเมินจะต้องประกอบด้วยผลงานที่เกิดจากงานในหน้าที่ ความรับผิดชอบและข้อเสนอแนวคิดเพื่อพัฒนางาน ดังนี้ 1.2.1 ผลงานที่เป็นผลการดํ าเนินงานที่ผ่านมาที่เป็นผลสํ าเร็จของงานที่ เกิดจากการปฏิบัติงานในตํ าแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้นั้น ซึ่งอาจไม่จํ าเป็นต้องมีการ จัดทํ าผลงานขึ้นใหม่เพื่อใช้ในการประเมินโดยเฉพาะ โดยให้นํ าเสนอในรูปแบบของการสรุป วิเคราะห์ถึงผลที่เกิดขึ้น แสดงถึงความรู้ ความสามารถ และความชํ านาญงานของบุคคล สามารถระบุผลสํ าเร็จของงาน หรือประโยชน์ที่เกิดจากผลงานดังกล่าว หรือการนํ าผลงานไปใช้ เพื่อแก้ไขปัญหางานหรือใช้เสริมยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน โดยมิใช่เป็นเพียงการรวบรวมผลงาน ย้อนหลัง ซึ่งรูปแบบการนํ าเสนออาจใช้รูปแบบการเสนอผลงานตามตัวอย่างที่ 1 ตาม เอกสารแนบท้าย 2.1 ทั้งนี้ คณะกรรมการประเมินผลงานอาจกํ าหนดเพิ่มเติมให้มีความ เหมาะสมกับสายงานและลักษณะงานของหน่วยงานก็ได้ และ 1.2.2 ข้อเสนอแนวคิด วิธีการ เพื่อพัฒนางานหรือปรับปรุงงานให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น ควรเป็นแนวคิด วิสัยทัศน์หรือแผนงานที่จะทํ าในอนาคต เพื่อพัฒนางาน ในตํ าแหน่งที่จะได้รับการแต่งตั้งและสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน รวมทั้ง ควรเป็นแนวคิดหรือแผนงานที่สามารถนํ าไปปฏิบัติได้จริง และให้มีการติดตามผลภายหลังการ แต่งตั้งแล้วด้วย ซึ่งรูปแบบการนํ าเสนออาจใช้รูปแบบการเสนอตามตัวอย่างที่ 2 ตาม เอกสารแนบท้าย 2.1 ทั้งนี้ คณะกรรมการประเมินผลงานอาจกํ าหนดเพิ่มเติมให้มีความ เหมาะสมกับสายงานและลักษณะงานของหน่วยงานก็ได้ 1.3 ผลงานที่ส่งประเมินจะต้องอยู่ในเงื่อนไขและลักษณะของผลงานของ ตํ าแหน่งในแต่ละระดับและแต่ละสายงาน ตามเอกสารแนบท้าย 2.2 และตามที่คณะกรรมการ ประเมินผลงานกํ าหนดเพิ่มเติม (ถ้ามี) 2 1.4 ให้มีการเปิดเผยผลงานต่อสาธารณะ เพื่อประโยชน์ในการศึกษาหรือ ใช้อ้างอิงและป้องกันการลอกเลียนผลงาน เช่น นํ าลงใน Intranet หรือลง Web-site เป็นต้น 2. คณะกรรมการประเมินผลงาน 2.1 ให้ อ.ก.พ.กรมแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลงานโดยแต่งตั้งตามสายงาน ของตํ าแหน่งที่จะประเมินเป็นจํ านวนหลายคณะก็ได้ ตามความเหมาะสมและความจํ าเป็นของ แต่ละกรม มีวาระการดํ ารงตํ าแหน่งคราวละไม่เกิน 2 ปี โดยมีองค์ประกอบดังนี้ 2.1.1 กรณีการแต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่งระดับ 6 (1) ประธาน ให้แต่งตั้งจาก - ข้าราชการหรือผู้เคยเป็นข้าราชการซึ่งดํ ารงตํ าแหน่งหรือ เคยดํ ารงตํ าแหน่งตั้งแต่ระดับ 8 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ในสายงานที่จะประเมิน หรือในสายงาน ที่เกี่ยวข้องตามที่กรมเจ้าสังกัดได้จัดกลุ่มไว้ โดยความเห็นชอบของ ก.พ. หรือ - ผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะด้านที่มีความชํ านาญในสายงานนั้นๆ ซึ่งไม่เคยเป็นข้าราชการมาก่อน หรือ - รองอธิบดีหรือผู้อํ านวยการสํ านักหรือผู้อํ านวยการกองหรือ หัวหน้าส่วนราชการประจํ าจังหวัด ตั้งแต่ระดับ 8 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ที่กํ ากับดูแลสายงานที่ จะประเมิน (2) กรรมการจํ านวน 2-5 คน ให้แต่งตั้งจาก - ข้าราชการหรือผู้เคยเป็นข้าราชการซึ่งดํ ารงตํ าแหน่งหรือ เคยดํ ารงตํ าแหน่งตั้งแต่ระดับ 7 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ในสายงานที่จะประเมินหรือในสายงาน ที่เกี่ยวข้องตามที่กรมเจ้าสังกัดได้จัดกลุ่มไว้ โดยความเห็นชอบของ ก.พ. ซึ่งผู้นั้นต้องมีผลงาน เป็นที่ประจักษ์ในความสามารถแล้ว หรือ - ผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะด้านที่มีความชํ านาญในสายงานนั้น ๆ ซึ่งไม่เคยเป็นข้าราชการมาก่อน ทั้งนี้ มีบุคลากรหรือผู้ปฏิบัติงานการเจ้าหน้าที่ ซึ่งดํ ารง ตํ าแหน่งไม่ตํ่ ากว่าระดับ 6 เป็นเลขานุการ 3 2.1.2 กรณีการแต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่งระดับ 7 และระดับ 8 (1) ประธาน ให้แต่งตั้งจาก - ข้าราชการหรือผู้เคยเป็นข้าราชการซึ่งดํ ารงตํ าแหน่งหรือเคย ดํ ารงตํ าแหน่งตั้งแต่ระดับ 9 หรือเทียบเท่าขึ้นไปในสายงานที่จะประเมินหรือในสายงาน ที่เกี่ยวข้องตามที่กรมเจ้าสังกัดได้จัดกลุ่มไว้ โดยความเห็นชอบของ ก.พ. หรือ - ผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะด้านที่มีความชํ านาญในสายงานนั้น ๆ ซึ่งไม่เคยเป็นข้าราชการมาก่อน หรือ - รองอธิบดีหรือผู้อํ านวยการสํ านักตั้งแต่ระดับ 9 หรือ เทียบเท่าขึ้นไป ที่กํ ากับดูแลสายงานที่จะประเมิน (2) กรรมการ จํ านวน 2-5 คน ให้แต่งตั้งจาก - ข้าราชการหรือผู้เคยเป็นข้าราชการซึ่งดํ ารงตํ าแหน่งหรือ เคยดํ ารงตํ าแหน่งตั้งแต่ระดับ 8 หรือเทียบเท่าขึ้นไปในสายงานที่จะประเมินหรือในสายงาน ที่เกี่ยวข้องตามที่กรมเจ้าสังกัดได้จัดกลุ่มไว้ โดยความเห็นชอบของ ก.พ. ซึ่งผู้นั้นต้องมีผลงาน เป็นที่ประจักษ์ในความสามารถแล้ว หรือ - ผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะด้านที่มีความชํ านาญในสายงานนั้น ๆ ซึ่งไม่เคยเป็นข้าราชการมาก่อน ทั้งนี้ มีบุคลากรหรือผู้ปฏิบัติงานการเจ้าหน้าที่ ซึ่งดํ ารงตํ าแหน่ง ไม่ตํ่ ากว่าระดับ 6 เป็นเลขานุการ 2.2 คณะกรรมการประเมินผลงาน มีอํ านาจหน้าที่ดังนี้ 2.2.1 กํ าหนดเงื่อนไข ขอบเขต มาตรฐานของผลงานแต่ละสายงานและ แต่ละระดับเพิ่มเติมจากเงื่อนไขและลักษณะของผลงานตามเอกสารแนบท้าย 2.2 ตามที่ เห็นสมควร เช่น เป็นผลงานที่จัดทํ าขึ้นในระหว่างที่ดํ ารงตํ าแหน่งในระดับที่ตํ่ ากว่าระดับที่จะ ประเมิน 2 ระดับ เป็นต้น ทั้งนี้ ให้กํ าหนดสํ าหรับกรณีการเลื่อน ย้าย โอน หรือบรรจุกลับด้วย โดยให้กํ าหนดตามความเหมาะสมกับลักษณะงานของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้ผลงานนั้น เกิดประโยชน์คุ้มค่า และสามารถใช้เสริมยุทธศาสตร์ของหน่วยงานได้เป็นอย่างดี 2.2.2 กํ าหนดจํ านวนของผลงานที่จะให้ส่งประเมิน ทั้งนี้ ต้องเป็นผลงาน ที่เป็นผลการดํ าเนินงานที่ผ่านมาจํ านวนอย่างน้อย 1 เรื่อง และข้อเสนอแนวคิดเพื่อพัฒนางาน จํ านวนอย่างน้อย 1 เรื่อง 4 2.2.3 กํ าหนดเกณฑ์การตัดสินคุณภาพของผลงานและพิจารณาประเมิน คุณภาพของผลงาน ทั้งนี้ อาจใช้วิธีการสัมภาษณ์เพิ่มเติมประกอบการพิจารณาก็ได้ 2.2.4 ตรวจสอบข้อมูลกรณีมีผู้ทักท้วงในเรื่องผลงานซํ้ าซ้อนหรือการ ลอกเลียนผลงาน โดยให้ดํ าเนินการโดยเร็ว หากพบว่าข้อทักท้วงมีมูลให้รายงานผู้มีอํ านาจ สั่งบรรจุตามมาตรา 52 เพื่อดํ าเนินการตามหนังสือสํ านักงาน ก.พ. ที่ นร 0707.3/ว 5 ลงวันที่ 12 เมษายน 2542 ต่อไป แต่ถ้าตรวจสอบแล้วมีหลักฐานว่าข้อทักท้วงนั้นเป็นการกลั่นแกล้ง หรือไม่สุจริตให้รายงานผู้มีอํ านาจสั่งบรรจุตามมาตรา 52 ดํ าเนินการสอบสวนผู้ทักท้วง เพื่อหาข้อเท็จจริง แล้วดํ าเนินการตามที่เห็นสมควรต่อไป 2.2.5 วินิจฉัยกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพของผลงาน ผลการพิจารณาของ คณะกรรมการประเมินผลงานถือเป็นที่สุด 2.2.6 รายงานผลการประเมินผลงานต่อผู้มีอํ านาจสั่งบรรจุตามมาตรา 52 และในกรณีที่ผลงานของผู้นั้นไม่ผ่านการประเมิน ให้แจ้งผู้ขอรับการประเมินทราบด้วย 2.2.7 หน้าที่อื่น ๆ ตามที่ อ.ก.พ.กรมมอบหมาย ***************************** 5 เอกสารแนบท้าย 2.1 รูปแบบการเสนอผลงาน 1. ผลงานที่เป็นผลการดํ าเนินงานที่ผ่านมา ให้สรุปสาระสํ าคัญของผลงาน ขั้นตอนที่ได้ปฏิบัติ ความรู้ความสามารถที่ใช้ใน การปฏิบัติงาน หรือแนวคิดทางวิชาการ หรือข้อกฎหมายที่ใช้ในการปฏิบัติงาน วิเคราะห์ ถึงผลที่เกิดขึ้น หรือประโยชน์ที่เกิดจากผลงานดังกล่าว หรือการนํ าผลงานไปใช้เพื่อแก้ไข ปัญหาในงานที่ปฏิบัติ หรือของหน่วยงาน หรือเพื่อพัฒนางาน/ปรับปรุงงาน ปัญหา อุปสรรค ที่เกิดขึ้น และข้อเสนอแนะเพิ่มเติมตัวอย่างรูปแบบการนํ าเสนอตามตัวอย่างที่ 1 2. ข้อเสนอแนวคิด/วิธีการเพื่อพัฒนางานหรือปรับปรุงงานให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้น ให้นํ าเสนอในรูปของงาน/โครงการหรือกิจกรรมที่จะดํ าเนินการ และกํ าหนด ตัวชี้วัดความสํ าเร็จไว้ด้วยตัวอย่างรูปแบบการนํ าเสนอตามตัวอย่างที่ 2 ทั้งนี้ อาจปรับรายละเอียด รูปแบบการนํ าเสนอผลงานให้มีหัวข้อครอบคลุม ตามความต้องการของแต่ละสายงาน 6 ตัวอย่างที่ 1 ผลงานที่เป็นผลการดํ าเนินงานที่ผ่านมา 1. ชื่อผลงาน..............................………………………………………………………………………………………………………………. 2. ระยะเวลาที่ดํ าเนินการ…………………………………………………………………………………...………………………………………… 3. ความรู้ทางวิชาการหรือแนวความคิดที่ใช้ในการดํ าเนินการ 1………………………………………………………………………………………………………..………...………………………………………… 2………………………………………………………………………………………………………..………...……………………………………….. 3………………………………………………………………………………………………………..………...……………………………………….. 4………………………………………………………………………………………………………..………...………………………………………. 4. สรุปสาระและขั้นตอนการดํ าเนินการ…………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………….………...……………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………….………...……………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………….………...……………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………….………...……………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………….………...……………………………………….. 5. ผู้ร่วมดํ าเนินการ (ถ้ามี) 1…………………………………………………สัดส่วนของผลงาน.........………………. 2…………………………………………………สัดส่วนของผลงาน.........…………….. 3…………………………………………………สัดส่วนของผลงาน.........…………….. 6. ส่วนของงานที่ผู้เสนอเป็นผู้ปฏิบัติ (ระบุรายละเอียดของผลงานพร้อมทั้งสัดส่วนของผลงาน) ………………………………………………………………………………………………………….………...………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………….………...……………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………….………...……………………………………….. 7. ผลสํ าเร็จของงาน (เชิงปริมาณ/คุณภาพ)…………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………….………...……………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………….………...……………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………….………...……………………………………….. 8. การนํ าไปใช้ประโยชน์ …………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………….………...………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………….………...………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………….………...……………………………………….. 7 9. ความยุ่งยากในการดํ าเนินการ/ปัญหา/อุปสรรค…………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………….………...……………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………….………...………………………..………………… 10. ข้อเสนอแนะ…………………………………………………………………………………………….………...………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………….………...………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………….………...…………………………………………. ขอรับรองว่าผลงานดังกล่าวข้างต้นเป็นความจริงทุกประการ ลงชื่อ ………………………………… (………………………….………) ผู้เสนอผลงาน .……../……….…/……….. ขอรับรองว่าสัดส่วนหรือลักษณะงานในการดํ าเนินการของผู้เสนอข้างต้นถูกต้องตรงกับ ความเป็นจริงทุกประการ ลงชื่อ ……………………………… ลงชื่อ …………………………… (……………………………) (.……………….…………) ผู้ร่วมดํ าเนินการ ผู้ร่วมดํ าเนินการ ………/…………./……….. ………/…………./………. ลงชื่อ ……………………………… ลงชื่อ …………………………… (……………………………) (.……………….…………) ผู้ร่วมดํ าเนินการ ผู้ร่วมดํ าเนินการ ………/…………./……….. ………/…………./………. ได้ตรวจสอบแล้วขอรับรองว่าผลงานดังกล่าวข้างต้นถูกต้องตรงกับความเป็นจริง ทุกประการ ลงชื่อ ……………………………… ลงชื่อ …………………………… (……………………………) (.……………….…………) ตํ าแหน่ง................................... ผู้อํ านวยการสํ านัก/กอง........................ ………/…………./……….. ………/…………./………. (ผู้บังคับบัญชาที่ควบคุมดูแลการดํ าเนินการ) หมายเหตุ หากผลงานมีลักษณะเฉพาะ เช่น แผ่นพับ หนังสือ แถบบันทึกเสียง ฯลฯ ผู้เสนอผลงาน อาจส่งผลงานจริงประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการก็ได้ 8 ข้อเสนอแนวความคิด/วิธีการเพื่อพัฒนางานหรือปรับปรุงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ของ………………………………………………… เพื่อประกอบการแต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่ง……………………………………………………………ตํ าแหน่งเลขที่…….....………. สํ านัก/กอง………………………………………………………… เรื่อง………….............................……………………………………………………………………………………………………………………. หลักการและเหตุผล…………………………………………………………………………..………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… บทวิเคราะห์/แนวความคิด/ข้อเสนอ….……………………………………………………..………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… ผลที่คาดว่าจะได้รับ………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… ตัวชี้วัดความสํ าเร็จ…………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… ลงชื่อ ………………………………… (..………………………………) ผู้เสนอแนวคิด ........./.........../.......... ตัวอย่างที่ 2 9 เอกสารแนบท้าย 2.2 ผลงานที่จะนํ ามาประเมิน จะต้องอยู่ในเงื่อนไข ดังนี้ 1. เป็นผลงานที่จัดทํ าขึ้นในระหว่างที่ดํ ารงตํ าแหน่งในระดับที่ตํ่ ากว่าระดับที่จะประเมิน 1 ระดับ เว้นแต่คณะกรรมการประเมินผลงานจะกํ าหนดเป็นอย่างอื่น แต่อย่างน้อยจะต้องมีผลงาน ที่ตํ่ ากว่า 1 ระดับอยู่ด้วย 2. ไม่ใช่ผลงานวิจัย หรือวิทยานิพนธ์ที่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อขอรับปริญญา หรือ ประกาศนียบัตร หรือเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรม 3. กรณีที่เป็นผลงานร่วมกันของบุคคลหลายคน จะต้องแสดงให้เห็นว่าผู้เสนอผลงาน ประเมินได้มีส่วนร่วมในการจัดทํ า หรือผลิตผลงานในส่วนใด หรือเป็นสัดส่วนเท่าใด และมีคํ ารับรองจาก ผู้มีส่วนร่วมในผลงานนั้น และจากผู้บังคับบัญชาด้วย 4. ผลงานที่นํ ามาใช้ประเมินเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่งในระดับที่สูงขึ้นแล้ว จะนํ ามา เสนอให้ประเมินเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งในระดับที่สูงขึ้นอีกไม่ได้ 5. แนวคิดเพื่อการพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้องเป็นแนวคิดที่จะพัฒนางาน ในตํ าแหน่งที่จะได้รับการแต่งตั้ง และมีการกํ าหนดตัวชี้วัดความสํ าเร็จของระยะเวลาของการดํ าเนินงานไว้ด้วย 6. จํ านวนผลงานและข้อเสนอแนวคิดเพื่อพัฒนางานให้ส่งตามจํ านวนที่คณะกรรมการ ประเมินผลงานในแต่ละสายงานจะกํ าหนด 7. อื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร ลักษณะของผลงาน 1. ตํ าแหน่งสํ าหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ (ตํ าแหน่งประเภททั่วไป) ตํ าแหน่งระดับ 6 1.1 ขอบเขตของผลงาน เป็นผลการปฏิบัติงานและหรือผลสํ าเร็จของงานที่เกิดจากงานในหน้าที่ความรับผิดชอบ ของตํ าแหน่ง และแนวคิดหรือแผนงานที่จะดํ าเนินการในอนาคต ที่เป็นการพัฒนางานในตํ าแหน่งที่จะได้รับ การแต่งตั้ง 1.2 คุณภาพของผลงาน มีคุณภาพของผลงานที่เชื่อถือได้ 1.3 ความยุ่งยากซับซ้อนของผลงาน ใช้หลักวิชาการเฉพาะทางในการปฏิบัติงานที่มีความยุ่งยากมาก จํ าเป็นต้องมีการ ตัดสินใจ หรือแก้ปัญหาในงานที่ปฏิบัติด้วยตนเองได้ 1.4 ประโยชน์ของผลงาน เป็นประโยชน์ต่อทางราชการหรือประชาชน หรือต่อความก้าวหน้าทางราชการ หรือการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง สามารถช่วยเสริมยุทธศาสตร์ของหน่วยงานได้เป็นอย่างดี 1.5 ความรู้ความชํ านาญงานและประสบการณ์ มีความรู้ ความชํ านาญงาน และประสบการณ์ที่สามารถปฏิบัติงานในความรับผิดชอบ ด้วยตนเองได้ เป็นที่ยอมรับในงานนั้น ๆ 10 2. ตํ าแหน่งสํ าหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ (ตํ าแหน่งประเภททั่วไป) และตํ าแหน่ง ประเภทวิชาชีพเฉพาะ ตํ าแหน่งระดับ 7 2.1 ขอบเขตของผลงาน เป็นผลการปฏิบัติงานและหรือผลสํ าเร็จของงานที่เกิดจากงานในหน้าที่ความรับผิดชอบ ของตํ าแหน่ง และแนวคิดหรือแผนงานที่จะดํ าเนินการในอนาคต ที่เป็นการพัฒนางานในตํ าแหน่งที่จะได้รับ การแต่งตั้ง 2.2 คุณภาพของผลงาน มีคุณภาพของผลงานดี 2.3 ความยุ่งยากซับซ้อนของผลงาน ใช้หลักวิชาการเฉพาะทางหรือหลักวิชาชีพเฉพาะด้านในการปฏิบัติงานที่มีความยุ่งยาก เป็นพิเศษ จํ าเป็นต้องมีการตัดสินใจ หรือแก้ปัญหาในงานที่ปฏิบัติมาก 2.4 ประโยชน์ของผลงาน เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ หรือประชาชน หรือประเทศชาติ หรือต่อก้าวหน้า ทางวิชาการ หรือในงานวิชาชีพในระดับสูง หรือการพัฒนาการปฏิบัติงานในระดับสูง 2.5 ความรู้ความชํ านาญงานและประสบการณ์ มีความรู้ ความชํ านาญงาน และประสบการณ์สูงมาก เป็นที่ยอมรับในระดับกอง หรือวงการวิชาการหรือวิชาชีพด้านนั้น ๆ 3. ตํ าแหน่งสํ าหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ (ตํ าแหน่งประเภททั่วไป) และตํ าแหน่ง ประเภทวิชาชีพเฉพาะ ตํ าแหน่งระดับ 8 3.1 ขอบเขตของผลงาน เป็นผลการปฏิบัติงานและหรือผลสํ าเร็จของงานที่เกิดจากงานในหน้าที่ความรับผิดชอบ ของตํ าแหน่ง และแนวคิดหรือแผนงานที่จะดํ าเนินการในอนาคต ที่เป็นการพัฒนางานในตํ าแหน่งที่จะได้รับ การแต่งตั้ง 3.2 คุณภาพของผลงาน มีคุณภาพของผลงานดีมาก 3.3 ความยุ่งยากซับซ้อนของผลงาน ใช้หลักวิชาการเฉพาะทางหรือหลักวิชาชีพเฉพาะด้านในการปฏิบัติงานที่มีความยุ่งยาก มากเป็นพิเศษ จํ าเป็นต้องมีการตัดสินใจ หรือแก้ปัญหาในงานที่ปฏิบัติเป็นประจํ า 11 3.4 ประโยชน์ของผลงาน เป็นประโยชน์ต่อทางราชการหรือประชาชน หรือประเทศชาติ หรือต่อความก้าวหน้า ทางวิชาการ หรือในงานวิชาชีพในระดับสูงมาก หรือการพัฒนาการปฏิบัติงานในระดับสูงมาก 3.5 ความรู้ความชํ านาญงานและประสบการณ์ มีความรู้ ความชํ านาญงาน และประสบการณ์สูงมากเป็นพิเศษ เป็นที่ยอมรับ ในระดับกองหรือระดับกรม หรือวงการวิชาการหรือวิชาชีพด้านนั้น ๆ ******************************** สิ่งที่ส่งมาด้วย 3 หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลงานเพื่อย้าย โอนหรือบรรจุกลับ 1. กรณีผู้ที่ไม่เคยดํ ารงตํ าแหน่งสํ าหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ (ตํ าแหน่ง ประเภททั่วไป) หรือตํ าแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะ เมื่อผ่านการพิจารณาคัดเลือกตามวิธีการ ที่ อ.ก.พ.กรมหรือคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลกํ าหนดแล้ว ให้ส่งผลงานเพื่อประเมินตาม หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประเมินผลงานกํ าหนด 2. กรณีผู้ที่ดํ ารงตํ าแหน่งหรือเคยดํ ารงตํ าแหน่งสํ าหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ (ตํ าแหน่งประเภททั่วไป) หรือตํ าแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะในระดับเดียวกันกับตํ าแหน่งที่จะ แต่งตั้ง และจัดอยู่ในกลุ่มตํ าแหน่งเดียวกันตามที่กรมเจ้าสังกัดได้จัดกลุ่มไว้โดยความเห็นชอบ ของ ก.พ. เมื่อผ่านการพิจารณาคัดเลือกตามวิธีการที่ อ.ก.พ.กรมหรือคณะกรรมการคัดเลือก บุคคลกํ าหนดแล้ว ให้แต่งตั้งได้โดยไม่ต้องมีการประเมินผลงาน 3. กรณีที่นอกเหนือจากข้อ 1 และ 2 เช่น การแต่งตั้งผู้ที่ดํ ารงตํ าแหน่งหรือเคย ดํ ารงตํ าแหน่งสํ าหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ (ตํ าแหน่งประเภททั่วไป) หรือตํ าแหน่ง ประเภทวิชาชีพเฉพาะในระดับเดียวกันกับตํ าแหน่งที่จะแต่งตั้ง แต่ไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มตํ าแหน่ง เดียวกัน หรือกรณีเป็นพนักงานหรือข้าราชการตามกฎหมายอื่นที่ ก.พ. กํ าหนดในหนังสือ สํ านักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 10 ลงวันที่ 30 กันยายน 2546 หรือที่จะกํ าหนดต่อไป ซึ่งเป็นผู้ดํ ารงตํ าแหน่งหรือเคยดํ ารงตํ าแหน่งสํ าหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์หรือ ตํ าแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะในระดับเดียวกันจากหน่วยงานอื่นมาแล้ว ให้ อ.ก.พ.กรมหรือ คณะกรรมการคัดเลือกบุคคลพิจารณาคัดเลือกและประเมินบุคคล โดยพิจารณาจากข้อมูล บุคคลและผลงานหรือผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมาและพิจารณาจากลักษณะงานที่ปฏิบัติ รวมทั้งประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับ ตามรูปแบบที่ อ.ก.พ.กรมหรือคณะกรรมการคัดเลือก บุคคลกํ าหนด โดยอาจไม่ต้องจัดทํ าผลงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ อ.ก.พ.กรมอาจมอบให้ คณะกรรมการประเมินผลงานร่วมพิจารณาผลงานที่ผ่านมาหรือผลการปฏิบัติงานของผู้นั้น ด้วยก็ได้ แต่หากพิจารณาแล้วเห็นว่าควรจะต้องให้จัดทํ าผลงานขึ้นใหม่ เพื่อที่จะแสดงถึง ศักยภาพและความรู้ความสามารถของบุคคลนั้น ก็อาจสั่งให้ส่งผลงานเพื่อประเมินตาม หลักเกณฑ์การส่งผลงานเช่นเดียวกับข้อ 1 ***************************** สิ่งที่ส่งมาด้วย 4 คุณสมบัติของบุคคลที่จะได้รับแต่งตั้ง 1. เป็นผู้ผ่านการประเมินบุคคล 2. มีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสํ าหรับตํ าแหน่งตามที่กํ าหนดไว้ในมาตรฐาน กํ าหนดตํ าแหน่ง หรือได้รับยกเว้นจาก ก.พ. แล้ว 3. มีคุณสมบัติในเรื่องเกี่ยวกับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของสายงานต่าง ๆ และ หรือคุณวุฒิเพิ่มเติมครบถ้วนตามที่ ก.พ. กํ าหนด หรือได้รับยกเว้นจาก ก.พ. แล้ว 4. มีระยะเวลาขั้นตํ่ าในการดํ ารงตํ าแหน่งหรือเคยดํ ารงตํ าแหน่งในสายงานที่จะ แต่งตั้งตามคุณวุฒิของบุคคลและระดับตํ าแหน่งที่จะแต่งตั้ง ดังนี้ ระดับ คุณวุฒิ 6 7 8 ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า 6 ปี 7 ปี 8 ปี ปริญญาโท หรือเทียบเท่า 4 ปี 5 ปี 6 ปี ปริญญาเอก หรือเทียบเท่า 2 ปี 3 ปี 4 ปี ทั้งนี้ (1) บุคคลดังกล่าวจะต้องได้ดํ ารงตํ าแหน่งในสายงานที่จะแต่งตั้ง หรือได้ปฏิบัติหน้าที่ในสายงานที่จะแต่งตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี (2) ในกรณีที่ระยะเวลาการดํ ารงตํ าแหน่งตามข้อ (1) ไม่ครบ 1 ปี อาจพิจารณานํ าระยะเวลาการดํ ารงตํ าแหน่งหรือเคยดํ ารงตํ าแหน่งในสายงานอื่นซึ่งมี ลักษณะงานเชิงวิชาการหรือวิชาชีพที่เกี่ยวข้องหรือเกื้อกูลกับสายงานที่จะแต่งตั้ง หรือระยะเวลา การปฏิบัติหน้าที่ในสายงานที่จะแต่งตั้ง มานับรวมเป็นระยะเวลาดํ ารงตํ าแหน่งในสายงานที่จะ แต่งตั้งให้ครบ 1 ปี ได้ โดยให้นับได้เฉพาะการดํ ารงตํ าแหน่งหรือเคยดํ ารงตํ าแหน่งหรือปฏิบัติ หน้าที่ในสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 3 หรือระดับ 4 หรือสายงานที่เทียบเท่ากรณีเป็นข้าราชการ ตามกฎหมายอื่นและขณะนํ าเวลาดังกล่าวมานับผู้นั้นต้องมีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะ สํ าหรับตํ าแหน่งและข้อกํ าหนดอื่นที่กํ าหนดไว้ในมาตรฐานกํ าหนดตํ าแหน่งที่จะแต่งตั้ง 2 (3) การพิจารณานํ าระยะเวลาการดํ ารงตํ าแหน่งหรือเคยดํ ารง ตํ าแหน่งในสายงานอื่นซึ่งมีลักษณะงานเชิงวิชาการหรือวิชาชีพที่เกี่ยวข้องหรือเกื้อกูลมานับรวม เป็นระยะเวลาขั้นตํ่ า ในการดํ ารงตํ าแหน่งในสายงานที่จะแต่งตั้ง ให้พิจารณาระยะเวลาที่ได้ ปฏิบัติงานในช่วงที่ผู้นั้นมีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสํ าหรับตํ าแหน่ง และข้อกํ าหนด อื่นที่กํ าหนดไว้ในมาตรฐานกํ าหนดตํ าแหน่งที่จะแต่งตั้งและดํ ารงตํ าแหน่งไม่ตํ่ ากว่าระดับ 3 หรือเทียบเท่า โดยให้พิจารณาตามลักษณะงานที่ปฏิบัติจริงของข้าราชการแต่ละราย และ ประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับและให้นับเป็นระยะเวลาขั้นตํ่ าในการดํ ารงตํ าแหน่งในสายงาน ที่จะแต่งตั้งได้ตามข้อเท็จจริงตามลักษณะงานที่ปฏิบัติ เว้นแต่การนับระยะเวลาการดํ ารง ตํ าแหน่งของสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 1 และ 2 หรือสายงานที่เทียบเท่ากรณีเป็นข้าราชการ ตามกฎหมายอื่น ให้นับได้ไม่เกินครึ่งหนึ่งของระยะเวลาการปฏิบัติงานที่นํ ามานับ (4) กรณีการนับระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ในตํ าแหน่งในสายงานที่จะ แต่งตั้ง จะต้องมีคํ าสั่งรักษาราชการแทน/รักษาการในตํ าแหน่ง หรือคํ าสั่งมอบหมายให้ ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวอย่างชัดเจน รวมทั้งต้องมีการปฏิบัติงานจริงด้วย (5) การพิจารณานับระยะเวลาขั้นตํ่ าในการดํ ารงตํ าแหน่งในสายงานที่ จะแต่งตั้งตามข้อ (2)-(4) ให้ อ.ก.พ.กรมหรือคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเป็น ผู้พิจารณา (6) กรณีการย้าย โอนหรือบรรจุกลับ เพื่อแต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่ง สํ าหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ (ตํ าแหน่งประเภททั่วไป) และตํ าแหน่งประเภท วิชาชีพเฉพาะตํ าแหน่งระดับ 8 ลงมา ให้ อ.ก.พ.กรมหรือคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเป็น ผู้พิจารณาคุณสมบัติเกี่ยวกับระยะเวลาขั้นตํ่ าในการดํ ารงตํ าแหน่งหรือเคยดํ ารงตํ าแหน่งใน สายงานที่จะแต่งตั้งตามคุณวุฒิของบุคคลและระดับตํ าแหน่งที่จะแต่งตั้งตามความเหมาะสม และประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับ ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ข้างต้นก็ได้ อย่างไรก็ตาม ต้องคํ านึงถึงกรณีการจะเลื่อนบุคคลดังกล่าวขึ้นแต่งตั้งให้ดํ ารงตํ าแหน่งในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งบุคคลนั้นจะต้องมีคุณสมบัติทุกประการครบถ้วนตามที่กํ าหนดด้วย *****************************

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร
เด็กภูธร

26/04/2007 13:07:55
อ่านแล้วงงอ่ะ สรุปง่ายๆๆๆหน่อยครับ ว่าเปลี่ยนได้หรือไม่ได้ครับ ในเมื่อทางกรมยังไม่กำหนดให้เป็นตำแหน่งวิศวกรเพิ่มจากเดิมที่มีอยู่ หรือหากตำแหน่งเดิมใช้นายช่าง...ทำงานอยู่แล้ว แต่จะขอเปลี่ยนเป็นให้วิศวกรมาทำงานแทน ยกตัวอย่าง. เดิม สบ.กำหนดเป็นนายช่างชลประทาน 2-4,5หรือ 6 จะเปลี่ยนให้เป็นตำแหน่งวิศวกร 3-5 หรือ 6ว หรือ 7วช. ทำงานแทนจะได้หรือไม่ ถ้ากรมทำได้อย่างนี้พวกนายช่างต่างๆๆ ไม่ต้องมาแย่งกันเลย เพียงแต่แต่ละคนทำเรื่องขอเปลี่ยนตำแหน่งตัวเองเท่านั้นเองล่ะ เป็นไปได้หรือไม่.....

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร
สอพอ บอ

30/04/2007 9:43:00
ไม่ได้ บอกว่าไม่ได้ ไม่เข้าใจภาษาหรือไง

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร


25/02/2008 10:52:39
ผมคิดว่าที่ยังปรับไม่ได้คงเป็นเรื่องของระเบียบที่เคยกำหนดไว้ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงต้องให้มีความสอดคล้องกับทุกหน่วยงาน และอีกเรื่องที่สำคัญมากๆๆ คือเรื่องเงินเดือนและค่าตอบแทนทีจะเพิ่มขึ้น จากเดิมมาก ในเมื่อเสบียงจำกัด ขุนพลอยากเติบใหญ่ คงต้องปลดไพร่พล ออกบ้าง และขุนพลนั้นก็ต้องลงจากหลังม้า วิ่งถือดาบออกรบส่วนหน้าเสียเองครับ

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร
นายช่างมี กว.

17/06/2008 11:23:30
เปลี่ยนตำแหน่งนายช่างชลประทาน เป็นตำแหน่งที่ไม่ต้องมีเงินประจำตำแหน่งได้ไหม เช่น ตำแหน่งวิศวกรรมบริหาร ไม่เอาวิศวกรก็ได้ แล้วกำหนดคุณสมบัติใหม่ ให้เอื้อประโยชน์กับคนส่วนใหญ่

 Re: ทางออกการเปลี่ยนตำแหน่งวิศวกร
รอความหวัง

15/09/2008 22:34:39
ทราบว่าก.พ.ตอบเรื่องมาแล้วในการพิจารณาเปลี่ยนตำแหน่ง คืบหน้าอย่างไรแจ้งให้ทราบบ้างนะครับ